Nothing Else Matters - ชั่ววูบ
Nothing Else Matters
ชั่ววูบ
ฉันกำลังมองลงมาจากดาดฟ้าตึกสิบชั้น
คิดว่าความสูงระดับนี้น่าจะทำให้ฉันมองเห็นอะไรๆได้นานขึ้นหน่อย
ไทยมุงด้านล่างกำลังไปเรียกคนที่มีความหมายกับฉันที่สุดมาตามคำเรียกร้องของฉัน
ตอนนี้ฉันเป็นเพียงเศษซาก และต่อจากนี้ไม่กี่นาทีก็จะเป็นแค่เศษซาก
ฉันจึงอยากให้พวกเธอมาหา
พวกเธอจะคิดอย่างไร?
พวกเธอคงจะสะอิดสะเอียนฉันมามากพอแล้วจนไม่อาจรู้สึกอะไรได้มากไปกว่านี้
แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น--- ด้วยสันดานและความหน้าด้านที่มี-
ฉันจึงไม่เคยย่อท้อที่จะวาดหวังครั้งใหม่
เพียงเพื่อจะได้จ้องมองมันแตกสลาย
และถูกเศษเสี้ยวของมันทิ่มแทงอยู่เรื่อยไป
ฉันบอกว่าตัวเองยังคงคาดหวัง
แต่บางทีมันอาจไม่ใช่คาดหวังแล้วก็ได้
บางทีฉันอาจแค่สงสัยใคร่รู้มากกว่า
พวกเธอกำลังวิ่งมาจากอีกฟากของถนน ฉันเห็นพวกเธอจากตรงนี้
พวกเธอตัวเล็ก เป็นเพียงจุดเดียว จุดเดียวบนแผนที่ถนน ครึ่งจุดบนแผนที่แขวง
ซากจุดบนแผนที่โลก ไม่เหลืออะไรในแผนที่จักรวาล
แต่ภาพของพวกเธอทำให้ลำคอของฉันตีบตัน
ฉันเตรียมตัวสำหรับเวลานี้มานาน เวลาที่ความหวังครั้งสุดท้ายอาจไม่เป็นจริง
พวกเธอไม่เคยเข้าใจ และฉันก็ไม่เคยหวังให้พวกเธอเข้าใจ
การเป็นแค่คนเดียวที่เข้าใจความเจ็บปวดของตัวเองเป็นเรื่องเศร้า
ฉันร้องไห้บ่อยๆเพราะความรู้สึกโดดเดี่ยวอ้างว้างนี้ และทุกครั้งก็พยายามที่จะตัดใจ
ฉันคุ้นชินกับการร่วงหล่นมานานแล้ว
ร่วงลงไปในหลุมไร้ก้น ที่กลางอกของตัวเอง
ครั้งนี้ก็คงไม่ต่างกัน
พวกเธอกำลังวิ่งมาจากอีกฟากถนน แต่ฉันมองไม่เห็นสิ่งใดนอกจากความเปล่าเปลี่ยว
ความหวังเล็ก ๆ ที่ผุดขึ้นมา
รวบคอฉันไว้
รัดและบีบคั้นเสียแน่น
เสียงที่เล็ดลอดออกมามีเพียงลมแห้ง ๆ ที่ไถถากไปกับลำคอ
ไม่อาจร้องหาใคร
ฉันมองไปรอบ ๆ ตัวอีกครั้ง
เป็นความพยายามครั้งสุดท้ายของสิ่งมีชีวิตที่ต้องการหาทางรอด
ฉันหวังว่าจะมีใครเห็นฉันที่ยืนอยู่ตรงนี้แล้วเดินเข้ามา
เขาคนนั้นจะบอกว่าไม่เป็นไร เขารู้เรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นแล้ว
ไม่เป็นไร
ไม่เป็นไร
ลงมาเถิด
กลับบ้านกันนะ
แต่มันจะไม่เกิดขึ้น
ในเมื่อฉันเองก็ไม่เคยเข้าใจใครได้ ฉันมีสิทธิ์หรือที่จะหวังให้คนอื่นมาเข้าใจ
มันก็แค่คำโกหกอีกอย่างหนึ่ง ถ้อยคำที่ไร้ความหมาย
ฉุดความสัมพันธ์ของคนเราลงไปอยู่ในระดับไร้ความหมาย ไร้ค่า
แสงเดียวในความมืดดับลงแล้ว
แต่ฉันก็ยังคงร่วงละลิ่วลงไปสู่หลุมดำกลางใจของตัวเอง
พวกเธอมาอยู่ที่หน้าตึกแล้ว
เสียงเพลงของเดวิด แกรเร็ต เสียดก้องอยู่ในโพรงหูของฉัน
ข้างนอก ลมแรงพัดวนอยู่รอบหัว
ฉันไม่ได้ยินหรอกว่าพวกเธอตะโกนว่าอะไร
อะไรนะ?
พวกเธอห่วงฉันจริงหรือ
พวกเธอรักฉันจริงหรือ
หรือพวกเธอก็แค่หนักใจ
พวกเธอจะต้องการฉันไว้ทำไม ฉันมีประโยชน์อะไรสำหรับพวกเธอ
ฉันไม่ได้ทำอะไรเลย ฉันเตรียมใจมานานแล้ว ว่าไม่มีอะไรที่ได้มาโดยฟรี ๆ
คนที่ไม่ได้ทำอะไรให้ใครเลย ไม่ควรคาดหวังที่จะได้อะไรตอบแทน
ไม่ว่าใครจะป้อนคำสัญญาอะไรต่อมิอะไรให้ฉัน
ด้วยวิธีที่อ่อนหวานที่สุด
และเข้มแข็งที่สุด
มันคงเป็นคำสาป ที่ทำให้ฉันไม่เคยเชื่อคำใด ๆ ลงได้
เหนื่อยเหลือเกิน
ในชีวิตนี้ ฉันจะเจอสิ่งเที่ยงแท้ให้ยึดเกาะได้บ้างไหม?
หากฉันยังมีความเคลือบแคลงเป็นคำสาปประจำตัวเช่นนี้
ฉันกดปุ่มเพลย์
เพลง Nothing Else Matters ค่อย ๆ ไหลผ่านสายโลหะในกระเป๋ากางเกง
โน้ตเพลงเจือจางสองสามชุดผ่านหูฉันไปอย่างเชื่องช้า
ขณะที่ฉันค่อยๆเติมถ้อยคำลงบนริมฝีปากของพวกเธออย่างประณีตบรรจง
เติมมันด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนและอบอุ่นที่สุด
แต้มแววตาแต่ละคู่ด้วยความห่วงใยสุดประมาณ
แต่ละปากเผยอคำสัญญาครั้งสุดท้ายที่ฉันอยากได้ยิน
ฉันก็แค่อยากได้ยิน...
ฉันพึมพำ...
ฉันจะถามคำถาม...
พวกเธอจะตั้งใจฟัง...
พวกเธอจะตะโกนว่าฉันยังสงสัยอะไร
ยังมีอะไรที่ฉันไม่แน่ใจอย่างนั้นหรือ
พวกเธอจะถามฉันไม่หยุด
พวกเธอจะต้องการได้ยินว่าฉันต้องการอะไร
ฉันต้องการจะรู้อะไร
ฉันแค่ต้องการจะรู้ความจริง
จากอกที่กลวงโบ๋ของทุกคน
พวกเธอก็เหงาอย่างฉันใช่ไหม?
ถ้าใช่ฉันก็ต้องขอโทษที่เห็นแก่ตัว...
แต่ฉันมีเวลาไม่มากนัก และฉันก็มีคำถามมากมาย
ที่พวกเธอไม่เคยจะสนใจฟัง
ฉันก็แค่อยากจะรู้ว่า
หลังจากฉันได้ทำผิดพลาดอะไรไปมากมาย -
หลังจากที่ฉันพบว่าตนทำตามความใฝ่ฝันไม่ได้ -
หลังจากฉันกลายเป็นคนไร้น้ำยา -
หลังจากที่ฉันทำความหวังหล่นหายไป -
หลังจากที่ตัวฉันเปลี่ยนแปลง -
หลังจากที่ฉันพูดอะไรโง่ ๆ ออกไป -
หลังจากที่ฉันเห็นแก่ตัวอย่างไม่น่าให้อภัย -
หลังจากที่ฉันเมินเฉยต่อใคร ๆ -
หลังจากที่ฉันได้โพล่งถ้อยคำรำคาญออกไป -
หลังจากที่ฉันทำให้คนมากมายต้องโกรธเคืองเจ็บช้ำ -
หลังจากที่ฉันทำให้ตัวเองเป็นคนน่ารังเกียจ -
หลังจากที่ฉันไม่มีใครต้องการ -
หลังจากที่ฉันไม่เหลือใคร...
.
.
.
พวกเธอคงรู้แล้วถึงความกลัวของฉัน
ความกลัวนี้เคยอยู่ในใจของเธอบ้างไหม?
หรือบางที... ฉันอาจเป็นคนอ่อนแอเพียงคนเดียวบนโลกนี้
.
.
.
นาทีที่ 1:45
เสียงวีโอล่าครวญเพลงหวาน
ฉันเตะเท้าออกจากขอบซีเมนต์
ภาพของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝูงคน และพวกเธอขยายใหญ่ขึ้นในเลนส์ตา
.
ดิ่งลงมาอย่างกระสอบทราย
ร่วงหล่น
ลงมา
.
ไวโอลินโหนไห้ขึ้นสู่โน้ตบนบันไดเสียงขั้นสูง
สูงขึ้น
สู่ฟ้า
.
.
.
เสียงทิมปะนีเร่งเร้าให้บทเพลงปลดปล่อยพลังออกมา
ดั่งกระสุนระเบิดจากกระบอก
แล้วแผ่นโน้ตของคอนดักเตอร์ก็ปลิวว่อน
ด้วยท่วงทำนองที่ฉวัดเฉวียน
.
.
.
แต่ภาพทุกอย่างโถมถาเข้าหาฉันช้าเหลือเกิน
มีเวลาถมไปที่จะจ้องมองใบหน้าของพวกเธอแต่ละคน
น้ำตาหยดนั้น เธอมอบให้ฉันหรือ?
แววตาหวาดกลัวในดวงตาที่เบิกกว้างนั้นเล่า?
ฉันขอเข้าข้างตัวเอง และจะถามคำถามเพิ่มอีกสักหน่อยได้ไหม?
ในเมื่อพวกเธออยู่ใกล้เพียงเอื้อมขนาดนี้
และหัวใจของเราก็คงสั่นไหวอยู่ในอกเหมือนกัน
ฉันแค่อยากรู้
.
.
.
ว่าหากวันหนึ่งทุกอย่าง ที่ฉันเคยกล่าวไว้อย่างมาดมั่นกลายเป็นเพียงธุลีลมของคำโป้ปดอวดอ้าง -
หากวันหนึ่งฉันตกต่ำและการมีชีวิตอยู่เป็นเพียงสิ่งน่าอับอาย -
หากวันหนึ่งฉันต้องทำให้ทุกคนที่ฉันอยากให้ภูมิใจในตัวฉันผิดหวัง -
หากวันหนึ่งฉันล้มเหลวที่จะตอบแทนความรักที่เธอมอบให้ -
หากวันหนึ่งฉันพบว่าตนไม่อาจเป็นคนอย่างที่คิดและวาดหวังไว้ -
หากวันหนึ่งแม้แต่ตัวฉันก็ยังนึกเกลียดชังตัวเอง -
หากวันหนึ่งฉันต้องใช้ชีวิตแบบไร้จุดหมาย -
หากวันหนึ่งฉันต้องกลายเป็นคนอย่างที่ฉันเกลียด -
หากวันหนึ่งฉันเป็นได้แค่ตัวถ่วง -
หากวันหนึ่งฉันเป็นได้แค่ความน่าผิดหวัง -
หากวันหนึ่งฉันไม่อาจเป็นแบบอย่างให้ -
หากวันหนึ่งฉันรู้ตัวว่าไม่อาจมอบความรักที่ไร้เงื่อนไขให้แก่ใคร ๆ ...
.
.
บางทีพวกเธออาจเป็นแค่ความฝัน
ไม่ ฉันจะต้องไม่คิดเรื่องนี้
แต่ว่า... อย่างไรซะมันคงไม่ต่างกัน
.
.
.
หูฟังของฉันเลื่อนหลุดออกเพราะแรงสะบัดขณะลงจอด เสียงเพลงขาดหาย
แล้วพวกเธอก็กลุ้มรุมเข้ามา
ทรุดนั่งลงข้างร่างที่แหลกเหลวของฉัน
.
ฉันมองไม่เห็นเสียแล้ว
จะไม่ได้ยินได้ฟัง
หรือพร่ำพรรณนาถึงความฝันและความเศร้า
.
ฉันไม่เหลืออะไรเสียแล้ว
...แต่พวกเธอจะยังคง
“รัก”
ฉัน
ใช่ไหม?
-------------------
เรื่องสั้นนี้เขียนขึ้นในปี 2012 (พ.ศ. 2555) เพื่อลงในวารสารร่มชงโค คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ

Comments