top of page

[Movie Journal] อา... ปัติ

หมวกบ้า
Oct 18, 2015
1 min read

อาปัติ (aka. อาบัติ --- 3.5/4) ฉาย 16 ตุลาคม 2558 สหมงคลฟิล์ม

“สิบแต้มให้กริฟฟินดอร์”

ในฐานะที่เป็นพุทธศาสนิกตามความพอใจและตามทะเบียนบ้าน เราต้องขอคารวะทีมสร้างอาปัติมา ณ ที่นี้ ที่ไม่ได้กล่าวถึงบาปกรรมแค่ระดับ “สามเณร” อย่างที่หลายคนเคยเยาะเอาไว้ (ว่าออมมือ) แต่ใช้เณรดำเนินเรื่องจนเผยอาบัติขั้นกว่าของพระชั้นผู้ใหญ่--- ซึ่งช่วงนี้รับบทนำตามหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์บ่อย ๆ--- ได้อย่างแนบเนียน ชวนให้ลุ้นระทึกตลอดเรื่องและหักมุมจบได้อย่างงดงาม

เมื่อเทียบกับเรื่องจริงที่เกิดขึ้นแล้ว “อาปัติ” ยังนับว่าปรานีมากที่ผูกเรื่องให้มีผู้เสียหายแค่ในระดับท้องถิ่น ไม่ใช่เสียกันถ้วนหน้าแบบที่ภิกษุบางรูปทำทิ้งไว้นอกจอ ประเด็นหลักของเรื่องแสดงให้เห็นว่าทีมสร้างใจกว้างพอสมควร โดยเฉพาะเมื่อหนังให้ตัวละครตัวหนึ่งพูดขึ้นตั้งแต่แรกประมาณว่า “แก้ไขได้ไม่ได้ไม่สำคัญ สำคัญที่ว่าเราได้พยายามแก้แล้วหรือไม่ ถ้าทำแล้วก็แปลว่าเรายอมรับผิด นั่นแหละที่จะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลง”

พระก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งที่ยังขจัดรักโลภโกรธหลงไม่หมดและมีสิทธิที่จะผิดพลาดกันได้ หนังใช้สัจธรรมข้อนี้เป็นฐานในการเล่าเรื่องเพื่อชี้ให้เห็นว่าความเสื่อมถอยของพุทธศาสนาไม่ได้เกิดขึ้นจากแค่ความผิดพลาดของพระบวชใหม่ แต่การอาบัติ “ซ้ำซาก” แล้วไม่แก้ไขต่างหากที่ยอมรับไม่ได้

คาดว่าเมสเสจนี้คงโดนใจใครหลายคนที่มีข้อสงสัยอยู่ว่า ทุกวันนี้สังฆมณฑลได้ให้บทเรียนที่สาสมกับพระอาบัติหรือไม่อย่างไร ความผิดเดิม ๆ จึงได้เกิดขึ้นซ้ำซาก มากขึ้น และร้ายแรงขึ้น จนกระทั่งความผิดร้ายแรงที่สุดในเรื่องอย่าง การปาณาติบาต สุดท้ายก็ไม่ได้รับการชำระและเราก็ยังรู้สึกว่ามันเป็นไปได้ คำถามอีกข้อที่น่าจะตรงใจคนดูไม่แพ้กันก็คือ พระที่ผิดซ้ำซากเหล่านี้รู้ตัวหรือไม่ว่าตัวองมาบวชเพื่ออะไร จุดประสงค์ของการบวชก็จะได้รับการวิพากษ์ถึงในเรื่องด้วยเช่นกัน

แน่นอนว่า ปัญหาพระวินัยหย่อนยานไม่อาจแก้ไขได้ด้วยการฉายหนังหวิดโดนแบนเพียงเรื่องสองเรื่อง แต่ในฐานะสื่อ “อาปัติ” ถือได้ว่าเป็นกระบอกเสียงที่ดีเยี่ยมแล้วสำหรับสะท้อนความคาดหวังของฆราวาสกลับไปยังสถาบันสงฆ์อย่างเป็นรูปธรรม ว่าแค่การท่องบ่น “บทปลงอาบัติ” อย่างเดียวคงไม่พออีกต่อไปหากต้องการการอภัยจากสังคมหรือโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากตนเอง

ตลอดเวลากว่า 90 นาทีที่หนังฉาย เราไม่ได้รู้สึกขัดหูขัดตาอะไรเลย (ยกเว้นเรื่องพระสูบบุหรี่ แต่นั่นก็เพราะเราไม่ชอบคนสูบบุหรี่อยู่แล้วซึ่งไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรื่อง) และไม่ได้รู้สึกว่าศาสนากำลังถูกโจมตีโดยอยุติธรรมอย่างที่ผู้ใหญ่หลายคนกังวลกัน เพราะการอาบัติตั้งแต่ มุสา เมรยะ กามา อทินนา ปาณาติบาต หนังสือพิมพ์ได้พูดล้ำหน้าหนังมาก่อนนานแล้วหลายขุม ก็เลยไม่เข้าใจว่าพอมาเป็นภาพยนตร์ สังฆมณฑลจะตื่นเต้นตกใจกันทำไม และที่กลัวกันว่าทีมสร้างจะใช้ “โ*้นซ่า” เป็นจุดขาย ส่วนคนก็จะแห่ไปดูกันเพราะอยากเอาพระมาเม้าท์ให้สะใจ เราก็ยังไม่เห็นว่ามันจะเป็นจริงสักเท่าไหร่ ถึงไม่มีหนังเรื่องนี้คนก็เม้าท์พระอยู่แล้ว ตราบใดที่ยังไม่มีการแก้ไขวิกฤตศรัทธาอย่างจริงจัง เราก็ไม่เห็นว่าหนังจะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงได้ตรงไหน คิดว่า “ความกล้า” ของทีมสร้างต่างหากที่น่าจะเป็นสาเหตุให้หลายคนตีตั๋วเข้าชม ซึ่งคนดูรอบเมื่อวานหลายคน พอหนังจบก็เดินออกมาถามกันแบบงง ๆ หน้าโรงว่าทำไมหนังดีแบบนี้ถึงต้องโดนแบนด้วย (หรือจะแผนโปรโมตก็ไม่แน่) แต่เราดูแล้วอยากรู้เรื่องศาสนาพุทธมากขึ้นนะ อย่างเรื่อง ต้องทำอะไรมาถึงอาบัติ หรือเรื่องการสึกต้องหาฤกษ์ด้วยจริงหรือ ถ้ามีหนังแนววิเคราะห์วิจารณ์แบบนี้อีกเราว่าก็น่าจะทำให้คนสนใจศึกษาศาสนาอย่างละเอียดมากขึ้น

ส่วนถ้าจะเทียบกันในหมวดภาพยนตร์สยองขวัญ เราว่าอาปัติออกจะกระเดียดไปทางดราม่ามากกว่า--- ถ้าไม่ได้เป็นพระศีลขาดหรือไฮโซแบกชนักติดหลังมาดูคงไม่ต้องเสียวนานเท่าไหร่--- แต่ถ้าต้องนับเป็นหนังผีจริง ๆ ผีของอาปัติก็คงประหลาดไม่เบาเพราะไม่ได้มีไว้หลอนแต่มีไว้สอนพระ แถมที่น่าขนลุกสุดในเรื่องก็ไม่ใช่ผี...แต่เป็นการกระทำของพระเป็น ๆ มากกว่า ส่วนหนึ่งคงเพราะเดิมที “ผีเปรต” ตามตำนานและท้องเรื่องก็ไม่ได้เป็นผีร้ายอาละวาดฆ่าคนอยู่แล้ว ซีนฆ่าเลือดสาดก็ไม่มี (คาดว่าคงโดนกองเซ็นเซอร์ตัดออกเพื่อไม่ให้lสะเทือนใจคนดูมากเกินไป) ที่สะดุ้งกันบ่อยเป็นเพราะซาวนด์แทร็กที่เล่นใหญ่... แบบ... โคตะระอภิมหาใหญ่มากกว่า โดยเฉพาะบางฉากอิดิตใส่มันมือมากซะจนซาวนด์โดดจากเนื้อเรื่องไปไกล มองออกชัดเกินไปว่าจงใจบิวด์ ---เพิ่มอีกหน่อย--- เรื่องน้องผู้หญิงที่มาตามเณร เราว่าน้องบทสก๊อยกล้าไปนิด จริง ๆ ถ้ามีเรื่องปูมาหน่อยมันน่าจะดูสมเหตุสมผลขึ้นได้กว่านี้

แต่ไม่ว่าอาปัติจะเป็นหนังอะไร มันก็น่าอดสูใจอยู่ดีที่เราต้องมาถึงจุดที่ไม่มีคนเป็น ๆ ที่ไหนจะแก้ไขพระได้ แม้แต่พระด้วยกันเอง

ก็ได้แต่หวังว่าเรื่องจริงข้างนอกนี่เราจะไม่ต้องรอคอยปาฏิหาริย์จากสิ่งลี้ลับ หรือรอกรรมมาตามสนองเหมือนอย่างในหนัง เพราะกว่าจะถึงวันนั้น เราอาจไม่ต้องเชื่อเรื่องกรรมตามทันกันแล้ว ในเมื่อเท่าที่ดูก็ไม่เห็นว่ามันจะไม่มีอะไรตามมาสักที หลังจากที่... อาบัติ

ข่าวเกี่ยวกับการแบนหนังเรื่องอาบัติ และการปรับเปลี่ยนชื่อและเนื้อหาภาพยนตร์ > http://www.thairath.co.th/content/532832

โพสต์แสดงความรู้สึกหลังชม "อาปัติ" ของพระมหาไพรวัลย์ วรวัณโณ > http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1445002420

Comments


© 2023 by The Book Lover. Proudly created with Wix.com

  • Facebook B&W
  • Twitter B&W
  • Google+ B&W
bottom of page