top of page

SONG-TRANS ll My Skin

หมวกบ้า :D
Dec 1, 2015
4 min read

My Skin

- NATALIE MERCHANT - TRANSLATED BY : หมวกบ้า :)

________________________

TRANSLATOR's NOTE ก่อนที่จะไปดูแปลเพลงกัน ขอย้ำอีกทีว่าเพลงเพลงหนึ่งสามารถตีความได้หลากหลายแนวจนบางทีคิดคนเดียวก็คิดไม่ถึง เพลงนี้หมวกก็มีตีความมาให้มากกว่าหนึ่งอีกเช่นเคย แต่ว่าก็ยังอยากฟังการตีความของรีดเดอร์ด้วยเหมือนกัน เลยจะเขียนตีความไว้ท้ายแปลเพลงเพื่อไม่ให้เป็นการตีกรอบความคิดนะคะ

__________________________

Take a look at my body

ลองมองดูร่างฉันสิ

Look at my hands

ดูที่มือฉันนี่

There's so much here

มีอะไรมากมายตรงนี้

That I don't understand

อะไรที่ฉันไม่เข้าใจ

Your face saving promises

ดวงหน้าของเธอเก็บคำสัญญามากมาย

Whispered like prayers

คำที่พร่ำกล่าวราวภาวนา

I don't need them

คำที่ฉันไม่ต้องการ

I've been treated so wrong

ฉันถูกกระทำแบบผิด ๆ

I've been treated so long

ถูกกระทำมาแสนนาน

-------------------------------

TRANSLATOR's NOTE

ตรงนี้เป็นการเล่นคำ Treat แปลว่า กระทำต่อใครสักคน เช่น He treated her well. เขาทำตัวดีกับเธอ

แต่ treat ก็แปลว่า เยียวยารักษา ได้เหมือนกัน เช่น The doctor has treated his patient for two years.

หมอรักษาคนไข้ของเขามาสองปีแล้ว

As if I'm becoming untouchable

เหมือนฉันค่อย ๆ กลายเป็นอะไรที่ไม่น่าแตะต้อง

------------------------------

TRANSLATOR's NOTE

Untouchable แปลว่า (สิ่งที่) แตะต้องสัมผัสไม่ได้เพราะล้ำค่ามาก เช่น

The supermodel looks gorgeous and untouchable

หรือจะแปลไปอีกทางเลยก็ได้ว่า วรรณะต่ำสุดของฮินดู หรือ จัณฑาล

ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่คนวรรณะสูงกว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวด้วย

หรือสิ่งที่น่ารังเกียจจนไม่น่าแตะก็ได้

------------------------------

Contempt loves the silence

ความเงียบเหยียบย่ำคนได้เจ็บเหลือแสน

-------------------------------

TRANSLATOR's NOTE

contempt- a feeling that someone or something is not worthy

of any respect or approval = ความรู้สึกว่าบางคนหรือบางสิ่งไม่มีค่าพอให้เคารพนับถือ

Contempt loves silence เป็นการใช้บุคลาธิษฐาน ( personification ) --- พูดง่าย ๆ ก็คือ ทำให้ "ความรู้สึก" กระทำสิ่งที่เหมือนมนุษย์ คือ รัก/ชอบ/loves ได้ ลองนึกถึงเรื่อง inside out ที่เอา "รู้สึก" (emotion) มาสร้างเป็นตัวละครที่วิ่งเล่นเต้นระบำได้ นั่นแหละ personification ล่ะ

ความหมายของประโยคนี้ แปลแบบดิบ ๆ เลยจะได้ว่า "ความรู้สึกเหยียดหยาม รัก ความเงียบ"

แปลให้สลวยขึ้นก็คือ ความเงียบคือการหมายเหยียดที่เจ็บแสบที่สุด

ความเงียบบางครั้งก็พูดดังกว่าเสียงตะโกน

ลองสังเกตดู ่ถ้าโดนใครสักคนเมินใส่ เราก็มักจะหงุดหงิด

เพราะรู้สีกเหมือนคนคนนั้นกำลังเชิดใส่เรา ดูถูกดูแคลนเราอยู่

----------------------------------

It thrives in the dark

คำเย้ยหยันงอกงามในความสิ้นหวัง

With fine winding tendrils

เกาะเกี่ยวไปด้วยกิ่งก้านเลี้ยวลด

That strangle the heart

บีบรัดหัวใจให้หยุดเต้น

-------------------------------

TRANSLATOR's NOTE

Dark ปกติแปลว่าความมืด แต่ในที่นี้อาจอุปมาได้ถึงความสิ้นหวัง เหมือนในสำนวนที่ว่า

The darkest hour is just before the dawn.

= สถานการณ์มักน่าสิ้นหวังถึงขีดสุดก่อนจะค่อย ๆ ดีขึ้น

(ฟ้าหลังฝน)

Strangle แปลว่า ฆ่าให้ตายด้วยการรัดคอ

แต่ถ้าจะบอกว่าบีบหัวใจให้ตาย หัวใจตายนี่มันแปลก ๆ อยู่

เลยแปลเป็นหยุดเต้นแทน

------------------------------

They say that promises

เขาว่ากันว่า คำสัญญาเหล่านั้น

Sweeten the blow

ก็คือน้ำตาลเคลือบพิษ

-------------------------------

TRANSLATOR's NOTE

ความจริงแล้ว The blow หมายถึง การต่อย หรือฟาดฟันด้วยดาบ-อาวุธต่าง ๆ

การ Sweaten the blow ก็คล้ายๆกับสำนวนไทยที่ว่า คำหวานชโลมยาพิษ ตบหัวแล้วลูบหลังก็ว่า

ในเพลงนี้ นาตาเลียเธออาจโดนคนรักทำร้ายจิตใจมา เจ็บเหมือนถูกเตะ ถูกซ้อม ถูกทิ่มแทงจนสะบักสะบอม เขาคนนั้นอาจให้คำมั่นกับเธอว่า จะไม่ทำอีกแล้ว สาบานว่ารัก หรือคำหวานอื่น ๆ ทำให้เธอลืมความเจ็บปวดและให้อภัยมาครั้งแล้วครั้งเล่า

บางคนก็ตีความเพลงนี้ว่า เธอกำลังพูดถึงหญิงคนหนึ่งซึ่งกำลังจะตาย

เธอติดเชื้ออะไรสักอย่างและต้องได้รับการรักษา

คนรอบข้างไม่กล้าเข้ามาใกล้ชิดเธอเหมือนก่อน

พวกเขาได้แต่สัญญาว่า เธอจะหายดี แต่วันนั้นไม่เคยมาถึง -------------------------------

But I don't need them

แต่ไม่เอาแล้ว

No, I don't need them

ฉันไม่ต้องการมันแล้ว

I've been treated so wrong

I've been treated so long

As if I'm becoming untouchable

I'm a slow dying flower

ฉันเป็นดั่งดอกไม้ที่ค่อย ๆ ตายช้า ๆ

Frost killing hour

ดั่งช่วงเวลาหนาวบาดขั้วหัวใจ

The sweet turning sour

เหมือนความหวานพลันบูดเปรี้ยว

And untouchable

เหมือนเสื่อมทรามไร้ความหมาย

Oh, I need

โอ ฉันต้องการ....

The darkness

อนธกาล

The sweetness

ความอ่อนหวาน

The sadness

ความโศกศัลย์

The weakness

ความอ่อนแอ

Oh, I need this

ฉันต้องการสิ่งนี้

I need

ต้องการ

A lullaby

เพลงเห่กล่อม

A kiss goodnight

จูบก่อนนอน

Angel sweet

ความอ่อนหวาน

Love of my life

คนทีฉันรัก

Oh, I need this

เหล่านี้คือที่ต้องการ

I'm a slow dying flower

Frost killing hour

The sweet turning sour

And untouchable

Do you remember the way

จำได้ไหม วิธีที่เธอ...

That you touched me before

วิธีที่เธอสัมผัสฉันเมื่อก่อนนั้น

All the trembling sweetness

อยู่ไหนกัน? ความอ่อนหวาน ความอ่อนไหว

I loved and adored?

ที่ฉันเคยรักใคร่ชื่นชม

Your face saving promises

Whispered like prayers

I don't need them

No, I don't need them

I need

The darkness

The sweetness

The sadness

The weakness

I need this

I need

A lullaby

A kiss goodnight

The angel sweet

Love of my life

Oh, I need this

Well, is it dark enough?

สิ้นหวังกันพอหรือยัง?

Can you see me?

เธอยังเห็นฉันอยู่ไหม?

Do you want me?

ต้องการกันอยู่หรือเปล่า?

Can you reach me?

จะโอบรั้งฉันไว้หรือเปล่า?

Or I'm leaving

หรือว่าฉันจะต้องไป

You better shut your mouth

เธอหุบปากไปซะดีกว่า

Hold your breath

กลั้นหายใจ

Kiss me now แล้วจูบฉันที you'll catch your death ไม่เช่นนั้นเธอจะถึงตายเพราะจูบนั้น

-------------------------------

TRANSLATOR's NOTE

Catch one's death คือติดเชื้อแล้วตายไป you'll catch your death เป็นวลีที่แม่ ๆ ใช้เตือนลูกไม่ให้ทำอะไรบางอย่างที่จะทำให้ป่วยได้ เช่น อย่าออกไปตากฝนนะ

เดี๋ยวจะ Catch your death of cold!

Oh, I mean it

Oh, I need this.

------------------------------------- TRANSLATOR's NOTE

ตีความเพลง เพลงไม่ได้บอกเหตุการณ์อะไรมาก แต่บอกใบ้ให้ว่า คนคนหนึ่งที่เจ็บปวดทรมาน

ชีวิตมีแต่ความขื่นขม ใครบางคนกำลังโกหกเขาด้วยการให้สัญญาที่ทำไม่ได้ หรือเป็นไปไม่ได้

Your face saving promises Whispered like prayers

เพลงขึ้นมาว่า ให้ดูที่ร่างกายและมือของฉัน

หมวกนึกถึงภาพตอนที่ตัวเองหกล้มตอนเด็ก ๆ แล้ววิ่งไปหาแม่

เพื่อให้คนอื่นสนใจ-แสดงความห่วงใยและรับรู้ความทุกข์ของเรา เรายื่นแขนยื่นมือไปข้างหน้าแล้วบอกว่า "แม่ ดูนี่สิ เจ็บไปหมดเลย......แง...."

อารมณ์ของเพลงท่อนนี้ก็คงคล้าย ๆ กัน มีความเห็นของคนหนึ่งในเว็บ Songmeaning ต่างออกไป เขาเสนอว่า

การที่ให้ดูร่างกายและมือหมายความว่า คนคนนี้ได้ทุ่มเททำอะไรสักอย่างด้วยร่างกาย

และมือทั้งสองอย่างเต็มกำลัง แต่กลับไม่สำเร็จและต้องเจ็บปวดกลับมา ส่วนหมวกตีความไปในแง่ของความรัก คิดอะไรไม่ออกก็รักไว้ก่อน ฮ่าฮ่า เพลงนี้อาจหมายถึงความสัมพันธ์ที่จืดจางลงไปของคู่รัก คนร้องปวดร้าวเพราะคนที่เธอรักเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม

Do you remember the way That you touched me before All the trembling sweetness

I loved and adored?

แต่ก่อนเคยนัวเนียคลอเคลียไม่ห่าง แต่ยิ่งวันเขายิ่งเมินเฉย

ทำเหมือนเธอ untouchable แปลตรงตัวคือไม่อาจเอื้อม ไม่อาจสัมผัส

แต่ในอารมณ์ความหมายนี้มันหมายถึง Loathsome or unpleasant to the touch.

คือเป็นคนต่ำทราม ชั้นต่ำจนไม่อาจทำใจสัมผัสได้

แต่ก่อนที่เคย touch เธออย่างอ่อนโยน ตอนนี้ทำเหมือนเธอไร้ค่า ปฏิบัติต่อเธออย่างโหดร้าย

เมินเฉยมานาน ทำให้เธอเจ็บใจ แล้วก็มาปลอบมาสัญญาว่าเสียใจจริง ๆ จะไม่ทำอีกแล้ว จะทำตัวดีขึ้น

จะอะไรก็ว่าไป เข้าทำนองตบหัวแล้วลูบหลัง... จนเนื้อเพลงตอนท้าย หลังจากทนมานาน

เธอก็ลุกขึ้นมาประกาศเสียทีว่าต้องการอะไร ไม่ต้องการอะไร จากนั้นก็บอกให้ชายคนนั้นเงียบปากไปซะ... ไม่ต้องมาสัญญิงสัญญาอะไรกันอีก... จะให้ทำอะไรก็ว่ามา จะให้แยกทางกันหรือเธอจะเปลี่ยนแปลงตัวเองได้เพื่อยื้อฉันไว้

Can you see me? เห็นหัวกันบ้างมั้ย Do you want me? ต้องการกันบ้างมั้ย Can you reach me? จะพยายามยื้อไว้มั้ย Or I'm leaving หรือจะให้ฉันไป

หมวกสงสัยนิดหน่อยว่า Kiss me now จุมพิต ฉันตอนนี้เลย you'll catch your death และเธอจะถึงตายเพราะมัน มันจะหมายความว่าอย่างไรกันแน่ค่ะในความหมายนี้ ไม่ค่อยกระจ่าง

แต่รู้เลาๆว่าคนร้องมีน้ำเสียงเย็นชา หมวกคิดว่ามันคงเป็นการประชด เหมือนว่า อ๋อใช่สิ...เธอรังเกียจชั้นมากใช่มั้ยล่ะ แค่ตัว แค่มือยังไม่อยากจับอยากมอง เรื่องสัญญาอะไรนั่นเงียบไปเลย

// แล้วกระชากผู้ชายเข้ามาจูบอย่างสะใจ...ก่อนพูดว่า... ไงล่ะ คนต้อยต่ำอย่างฉันจูบเธอแล้ว รังเกียจป่ะล่ะ? ฉันว่าเธอต้องติดเชื้อตายแหงๆ... ก็ปกติแล้วมองฉันเป็นคน untouchable ไม่ใช่หรือไง ตอนนี้โดน touch ไปเต็มๆ

คนร้องน่าจะสะใจนะที่เห็นอีกฝ่ายหลับตาปี๋กลั้นหายใจแน่นตอนโดนเธอแก้แค้นเขา มีอีกความหมายหนึ่งที่น่าสนใจมาก

หลายคนในเว็บ Songmeaning คิดว่าเพลงนี้น่าจะเกี่ยวกับผู้ป่วยโรคเอดส์หรือมะเร็งค่ะ ถ้าเป็นแบบนั้น ตอนแรกที่เขาให้ Look at my body กับ my hands

ก็ไม่ใช่ให้ดูความเจ็บปวดที่เป็นนามธรรมหรือความทุ่มเทแบบความหมายแรก

แต่ให้ดูความเจ็บป่วยและโรคร้ายที่เกิดขึ้นกับเขาค่ะ ดังนั้น

Your face saving promises Whispered like prayers I don't need them

You ในที่นี้ก็น่าจะหมายถึงหมอ หรือญาติๆหรือใครก็ตามที่มักจะให้กำลังใจว่า

"ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวเธอก็หายดี" เป็นคำสัญญาลม ๆ แล้ง ๆ ที่ไม่อาจเป็นจริงและน่าเจ็บปวด

I've been treated so wrong

I've been treated so long

As if I'm becoming untouchable

Contempt loves the silence

ในมุมของคนที่เป็นโรคเอดส์ ชีวิตช่างไม่ยุติธรรม

(หมวกหมายถึงเด็กที่เป็นเพราะแม่เป็นเอดส์นะคะ พวกที่ไปมั่วไม่ระมัดระวังนี่ก็สมควรละ...)

ใคร ๆ ก็เกลียดชัง ไม่กล้าเข้าใกล้

จิตใจและร่างกายถูกทำร้ายทั้งจากคนรอบข้างและจากโรคภัย คนที่เป็นมะเร็งก็เช่นกัน บางคนสมองตายเพราะเป็นเนื้องอกในสมอง ต้องทำคีโม หัวล้าน พิการ

ต้องตัดแขน ขา เขานึกถึงวันเวลาที่ยังเป็นปกติมีคนรักใคร่และชีวิตเต็มไปด้วยความอ่อนโยน

แต่ตอนนี้เขาก็เหมือนดอกไม้ที่โรยรารอวันตาย

Well, is it dark enough? Can you see me? Do you want me?

Can you reach me?

Or I'm leaving

ท่อนนี้เหมือนมีน้ำเสียงประชดว่า ชีวิตฉันจะต้องมืดมนแค่ไหนอีกเธอจึงจะยอมรับว่า ฉันต้องตายอยู่ดี

เธอไม่เห็นฉันหรือไง! เธอต้องการฉันอยู่มั้ย?

เธอจะเอื้อมมือมาหาฉันได้หรือยัง หรือต้องให้ฉันตายจากไปก่อน?

ฉันกำลังจะตายนะ

เศร้าจริง ๆ นะเนี่ย

You better shut your mouth Hold your breath

Kiss me now you'll catch your death ตรงนี้เหมือนจะโกรธและสิ้นหวัง ถ้าเธอร้องในฐานะคนเป็นโรคร้าย

เธอก็กำลังจะบอกคนที่เอาแต่ให้กำลังใจ ให้คำสัญญาที่เป็นไปไม่ได้ ประมาณว่า จูบลาฉันที กลั้นใจด้วยล่ะเวลาจูบกับตัวแพร่เชื้อที่น่ารังเกียจอย่างฉัน

ไม่งั้นเธออาจจะตายได้

บางคนอ้างว่า แม่ของนาตาลีตายเพราะโรคมะเร็ง เธอเลยแต่งเพลงเล่าเรื่องของความทุกข์

ของคนเป็นมะเร็งในมุมมองของพ่อเธอ ที่มองแม่ทุกข์ทรมาน ไม่ว่าเรื่องนี้จะจริงแค่ไหน เพลงนี้ก็ยังเป็นเพลงที่น่าสนใจเพราะเปิดโอกาสให้คนฟังใช้จินตนาการอย่างเต็มที่เพื่อจะหาคำตอบว่า เธอกำลังพูดถึงเหตุการณ์แบบไหนกันแน่

ความเศร้าที่เราพยายามจะเข้าถึงแม้ไม่รู้จักนักเร้องเป็นการส่วนตัว

นี่แหละอัศจรรย์ของบทเพลง!

 
 
 

Comments


© 2023 by The Book Lover. Proudly created with Wix.com

  • Facebook B&W
  • Twitter B&W
  • Google+ B&W
bottom of page