iZombie : คน / ผี / ฮีโร่
iZombie : คน / ผี / ฮีโร่
ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสารสตาร์พิกส์ ฉบับ 859 November 2015
ขณะที่หนังผีดิบอื่น ๆ เล่าถึงชะตากรรมอันน่าสลดของมนุษยชาติหลังวันซอมบี้ครองโลก ซีรีส์ iZombie (2015) ผลงานใหม่ของร็อบ โทมัสและไดแอน รุจเจโร โปรดิวเซอร์คู่ขวัญจากละครนักสืบไฮสกูล เวโรนิกา มาร์ส (2004-2007) กลับย้อนไปสำรวจจุดเริ่มต้นของเหตุซอมบี้บุกอีกครั้งผ่านมุมมองของผีดิบสาว โอลิเวีย มัวร์ นับตั้งแต่วันที่สังคมผีดิบก่อตัวอย่างเงียบเชียบในกรุงวอชิงตันสู่การคลี่คลายปริศนา “ซอมบี้มาจากไหน” ที่ไม่ค่อยมีนิยายหรือหนังเรื่องใดพูดถึง

เรื่องย่อ
ทุกอย่างกำลังไปได้สวยทั้งเรื่องงานและหัวใจ เคราะห์หายามซวยแท้ ๆ ที่นักเรียนแพทย์อนาคตไกลอย่างโอลิเวียร์ต้องมาอยู่บนเรือสำราญในคืนซอมบี้บุก เธอตื่นขึ้นมาอีกครั้งในถุงเก็บศพพร้อมกระเพาะที่เพรียกหา “สมองคน” งานใหม่ในฐานะเจ้าหน้าที่ชันสูตรช่วยให้ลิฟได้สมอง (ที่เจ้าของไม่ต้องการแล้ว) เพียงพอ แต่ความทรงจำของผู้ตายที่ติดมาด้วยกลับดึงเธอเข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรมจำนวนมากที่มีแต่ยิ่งจะทวีคูณขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อซอมบี้ตัวอื่นโผล่เข้ามาพร้อมกับแผนธุรกิจที่อาจทำให้มนุษยชาติต้องถึงกาลอวสาน
ฮู อิส ฮู รู้มั้ยใครซอมบี้?
หลังจากที่ลากสังขารรุ่งริ่งอยู่ในสารบบวรรณกรรมมากว่า 200 ปี ในที่สุดเผ่าพันธุ์ซอมบี้ก็เดินเข้ามาถึงจุดเปลี่ยน ผีใกล้เน่าได้รับการอัพเกรดขึ้นมาเป็นฮีโร่ไฮบริดจ์กึ่งคนเหนือมนุษย์แบบเดียวกับที่แวมไพร์รุ่นใหม่เขาเป็นกัน ดูซิว่าคุณจะมองผีดิบพันธุ์ iZombie ออกก่อนโดนกินสมองหรือเปล่า?
รูปพรรณสัณฐาน: ซอมบี้พันธุ์ใหม่ไม่เดินขาลาก ตาเลื่อนลอย หรือส่งกลิ่นเน่า อาจแยกแยะจากคนเป็น ๆ ได้ยากหน่อยแต่ผีดิบ iZombie ก็มีจุดสังเกตบ้างตรงร่างกายที่ซีดขาวราวตกสีตั้งแต่เส้นผมลงมา มองเผิน ๆ อาจเหมือนวัยรุ่นอีโม มองในที่มืดอาจตกใจ แต่ระวังหน่อยล่ะเพราะรูปลักษณ์ภายนอกก็อาจตบตาได้ด้วยโปรแกรมอบผิวแทนและยาย้อมผมดี ๆ
การแต่งตัว: เหมือนคนทั่วไป แต่ซอมบี้บางตัวก็ชอบชุดที่ปกปิดผิวสีขาวซีดได้เช่น ยีนส์ขายาวกับเสื้อแขนยาวมีฮู้ต
การเคลื่อนไหว: เหมือนคนเป็นทุกประการ แต่อย่าให้เปิดโหมดซอมบี้ล่ะ เพราะถึงตอนนั้นสปีดและพละกำลังจะทะลุถึงขั้นเหนือมนุษย์ทันที ... อาจไม่ถึงขั้นโถมเข้าใส่แบบน่าขยะแขยงเหมือนใน World War Z (2013) แต่ก็จัดได้ว่าเร็วทีเดียว
“ตอนผมเก้าขวบ Planet of the Apes ที่มีคนสองคนวิ่งหนีลิงทุกสัปดาห์เป็นเรื่องโปรดของผมเลย” ร็อบกล่าว “ผมชอบเรื่องที่มีการวิ่งไล่กันมากกว่า นั่นแหละจุดที่ต่างออกไป [จาก Walking Dead] ซอมบี้ของผมต้องเป็นแบบนั้น ต้องทำให้ได้ รายการอันดับหนึ่งต้องมา”
ลับสุดยอด: ถ้าตรวจสอบภายนอกไม่ได้ล่ะ? ---ก็เสียใจด้วยที่ไม่มีตัวเลือกมากนักเพราะตราบใดที่ยังมีสมองให้กินซอมบี้พันธุ์นี้ก็จะยังมีสัมปชัญญะครบถ้วนแถมมีสกิลปิดเปิดโหมดซอมบี้อีกต่างหาก
จุดสังเกตอีกอย่างที่น่าจะช่วยชีวิตคุณได้ก็คือ ซอมบี้พันธุ์นี้นิยมใส่ซอสพริกในอาหารแทบทุกอย่างแม้จะดูไม่เข้าคู่กันเลย เพราะอาหารรสชาติจัด ๆ ระดับพริกเม็กซิกันเท่านั้นที่จะกระตุ้นปุ่มรับรสห่วย ๆ ของซอมบี้ได้ (รัฐลุยเซียน่าบ้านอีกหลังของวูดูมีตำนานต่างออกไปโดยเชื่อกันว่า ซอสพริกคาจันตำรับลุยเซียน่าช่วยชะลอการติดเชื้อผีดิบได้ด้วย)
คุณอาจพบขวดพริกศรีราชาซ่อนไว้ในลิ้นชักที่ทำงานหรือใต้เตียงของผู้ต้องสงสัย--- และอาจเจอเจ้าของสถานที่ที่โผล่มาแบบไม่ได้นัดหมายด้วย ถึงตอนนั้นการยิงหน้าอกเขาหรือเธอสักสองสามนัดเพื่อเช็คว่ามีเลือดออกหรือไม่ก็เป็นความคิดที่ดี ถ้าทะลัก ยินดีด้วยเขาไม่ใช่ซอมบี้ (แค่ตาย) แต่ถ้าไม่ ความเร็วระดับซอมบี้โหมดจะทำให้คุณลั่นกระสุนนัดต่อไปเข้าสมองฝ่ายตรงข้ามไม่ทัน เรื่องก็จะจบลงแบบนี้: คุณถูกด้ามปืนตัวเองทุบหัวแบะ สมองหายไป หรือไม่ก็อาจกลายเป็นซอมบี้อีกตัวในวันต่อมา
ความสามารถ: อึด ถึก ทน ไม่แก่ ไม่ตายเว้นแต่จะโดนยิงสมอง ดูดซับความทรงจำ ความรู้สึก และความสามารถของคนอื่นได้ระยะหนึ่งจากการกินสมอง ฉะนั้นหากจู่ ๆ คนใกล้ตัวคุณเกิดพูดรัสเซียได้ ออกท่ากระเรียนเหินหาวได้ หรือเปลี่ยนรสนิยมทางเพศไปชั่วขณะล่ะก็... เตรียมวิ่งได้เลย
***ข้อควรระวัง: เชื้อผีดิบใน iZombie ติดต่อกันได้ หากถูกกัดหรือข่วนเพียงเล็กน้อยผู้ติดเชื้อจะกลายร่างในหนึ่งวัน
มันสมองของ iZombie

โอลิเวีย มัวร์ (รับบทโดย โรส แมคไอเวอร์)
การเป็นซอมบี้มันไม่ง่าย จะหาสมองจากไหน? กินสมองยังไงไม่ให้คนใกล้ตัวรู้? แค่นี้ชีวิตและความสัมพันธ์ระหว่างลิฟกับคนรอบข้างก็เละพออยู่แล้ว ไหนยังต้องมารับมือกับบุคลิกใหม่ที่จะลงประทับร่างทุกสัปดาห์อีก โชคชะตาที่เลวร้ายอาจทำให้เธอเป็นซอมบี้ขี้นอยด์ช่างประชดประชัน แต่ถึงจะต้องต่อสู้กับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่แค่ไหน ลิฟก็ยังให้ความสำคัญกับเรื่องมนุษยธรรมและสละตนเพื่อปกป้องผู้อื่นก่อนเสมอ น่าเศร้าที่ยิ่งเธอคลี่คลายคดีได้มากเท่าไร คนที่เธอรักก็ยิ่งเข้าใกล้อันตรายมากขึ้นเท่านั้น ลิฟผู้น่าสงสารและสับสนจะสืบหาต้นตอของเรื่องบ้า ๆ ทั้งหมดนี้และหยุดการระบาดโรคได้ทันเวลาหรือไม่ แล้วความลับของเธอจะยังเป็นความลับไปได้อีกนานแค่ไหนกัน!?
เปิดสมอง Rose Mciver: “ความฝันในวัยเด็กของฉันก็คือการได้ใช้ชีวิตล้านแบบในคนเดียว ฉันถึงได้มาเป็นนักแสดง” โรส แมคไอเวอร์ ผู้รับบทซอมบี้สาวให้สัมภาษณ์ “ลิฟเองเป็นเช่นนั้น เธอได้เห็นโลกผ่านมุมมองที่หลากหลายเลยรู้จักเห็นใจผู้อื่นมากขึ้น และเริ่มมองชีวิตในหลายแง่มุมกว่าที่เคย” บุคลิกของลิฟที่ไม่เคยซ้ำกันเลยในแต่ละเอพพิโซดถือเป็นเรื่องท้าทายมากสำหรับโรส เธอกล่าวถึงตัวละครนี้ว่า “[ตอนที่ออดิชั่น] ฉันรู้ว่าบทนี้แตกต่างจากบทอื่น ๆ ที่เคยรับมา... แต่ถ้ารู้ก่อนว่าทุกสัปดาห์ต้องเปลี่ยนวิธีแสดงใหม่หมด ฉันคงต้องเสียขวัญแน่ ๆ” โรสเป็นนักแสดงคนที่ร้อยที่เข้ามาออดิชั่นและได้บทนี้ไป เอพพิโซดที่ยากสุดสำหรับเธอคือตอนที่ลิฟกินสมองเซียนเกมเข้าไปแล้วกลายเป็นเทพเจ้าเกมเมอร์ แต่จริง ๆ โรสเป็นแค่นู้บเกมตัวเล็ก ๆ ยังดีที่เรื่องนี้เป็นงานถนัดของราหุลและบัคลีย์ผู้รับบทรวีกับเมเจอร์ (แหงล่ะ) ทั้งคู่เลยเป็นที่ปรึกษาได้อย่างยอดเยี่ยม
สมองปลอม: อีกปัญหาหนึ่งที่โรสต้องเผชิญทุกสัปดาห์ก็คือ ก้อนสมองสีชมพูน่าหม่ำ...ที่ทำจากฟองดองอาบเจลาตินข้นเหนียวสีเลือด (Fondant คือมาร์ชเมลโลผสมไอซิ่งใช้ตกแต่งหน้าคัพเค้ก ขึ้นชื่อว่าสวยแต่รูปจูบไม่หอม) “ส่วนใหญ่ฉันจะมีกระโถนไว้คายมันทิ้ง” โรสสารภาพ “เมนูสมองจะต่างกันไปทุกสัปดาห์ อยู่ในผัดหมี่บ้าง สลัดบ้าง ครั้งหนึ่งเป็นมิลค์เชคสมองทำจากนมช็อกโกแลตปั่นกับเจลาติน รสชาติมันเกินเยียวยาจริง ๆ แถมฉันยังต้องกินเข้าไปตั้งสองลิตร ไม่เพอร์เฟคแต่ทีมงานก็กำลังตั้งใจปรับปรุงรสชาติกันอยู่ค่ะ”

รวี จักรพรรดิ์ (รับบทโดย ราหุล โคลี)
ระหว่างที่ลิฟพยายามรับมือกับอาการซอมบี้และอารมณ์เปล่าเปลี่ยวเดียวดายตามลำพัง หัวหน้าคนใหม่ก็ดันมาเจอเธอนั่งโซ้ยสมองศพอยู่กลางที่ทำงานแบบเต็มสองลูกกะตา---- จากนั้นเขาออกอาการลิงโลดแบบสุด ๆ
อันที่จริงก่อนมาอยู่โรงเก็บศพ รวีเคยเป็นนักวิทยาศาสตร์ประจำศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคมาก่อน แต่เพราะอินกับทฤษฎีซอมบี้ล้างโลกและอาวุธชีวภาพมากเกินไปก็เลยโดนเตะออกจากงานซะงั้น เขาเป็นมนุษย์คนแรกที่ล่วงรู้ความลับของลิฟและทุ่มเทสกัดเซรุ่มรักษาซอมบี้อย่างเอาเป็นเอาตาย (และสารตัวนี้เองจะกลายเป็นส่วนผสมสำคัญของพล็อตในซีซีน 2) แรงสนับสนุนจากรวีผู้ร่าเริงทำให้ลิฟเติบโตขึ้นและเริ่มเห็นแง่ดีของชีวิตใหม่ที่เธอไม่เคยต้องการ เขายังมีบทบาทสำคัญในฐานะผู้สมรู้ร่วมคิดที่ช่วยเธอปิดบังเรื่องซอมบี้จากคนรอบข้างด้วย ถึงหลัง ๆ จะไม่ค่อยชอบความคิดนี้ก็เถอะ

เมเจอร์ ลิลีไวท์ (รับบทโดย โรเบิร์ต บัคลีย์)
หนุ่มสังคมสงเคราะห์กล้ามใหญ่ใจดีคนนี้ยังห่วงใยลิฟอยู่เสมอแม้จะถูกถอนหมั้นกลางอากาศแบบจับต้นชนปลายไม่ทัน เมเจอร์เป็นคนที่ลิฟไม่อยากให้รู้เรื่องซอมบี้มากที่สุด แต่ก็ต้องเข้ามาพัวพันกับมันจนได้หลังจากเด็กวัยรุ่นในศูนย์เยาวชนที่เขาดูแลอยู่ทยอยหายตัวไปทีละคนสองคน แถมการสืบสวนยังถูกระงับไปโดยไม่ทราบสาเหตุ ลางสังหรณ์บอกเมเจอร์ว่ากำลังมีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้นและใครสักคนต้องออกตามหาเด็ก ๆ โดยด่วน ทว่ายิ่งขุดคุ้ยลงไปมากเท่าไร เมเจอร์ก็ยิ่งพบกับความจริงที่น่าสะอิดสะเอียน ว่าเขาไม่ได้กำลังเผชิญหน้ากับขบวนการค้ามนุษย์ทั่วไป แต่เป็นธุรกิจค้า “สมอง” ของอมนุษย์ต่างหาก!
ไคลฟ์ บาบิโน (รับบทโดย มัลคอล์ม กู๊ดวิน)
ตำรวจแผนกฆาตกรรมสน.ซีแอตเทิลคนนี้เพิ่งได้เลื่อนขั้นมาจากหน่วยปราบปรามและพยายามสร้างผลงานเต็มเหนี่ยวเพื่อพิสูจน์ตัวเองในที่ทำงานใหม่ ไคลฟ์เป็นเจ้าหน้าที่ที่จริงจัง หากรู้สึกว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากลแล้วล่ะก็ อำนาจเบื้องบนที่ไหนก็ไม่อาจหยุดเขาได้--- ถึงจะยังต้องพึ่ง “ญาณวิเศษ” ของลิฟ (เธออ้างว่างั้น) เพื่อหาเบาะแสบ่อย ๆ ก็ตาม ในปลายซีซันแรกไคลฟ์คลำถูกเงื่อนงำบางอย่างในคดีลักพาตัววัยรุ่นในชุมชน และเริ่มสงสัยขึ้นทุกทีว่าคดีนี้ต้องมีตำรวจชั้นผู้ใหญ่อยู่เบื้องหลัง สิ่งเดียวที่ไคลฟ์ยังไม่รู้และจะยังไม่รู้ต่อไปอีกสักพักในซีซันหน้าก็คือ เขากำลังเดินเข้าไปอยู่ในวงล้อมของซอมบี้และจะเป็นคนท้าย ๆ เลยที่ได้รู้ว่าผีดิบมีจริง (โธ่ถัง!)
เศษเล็กเศษน้อย
ถึงจะผลิตรายการกันคนละค่ายแต่โปรดิวเซอร์ iZombie และOnce upon a Time ก็สนิทกันมากเพราะเรียนจบมาที่เดียวกัน โรสและเดวิด ผู้รับบทลิฟและเบลนเองก็เคยแสดงใน Once upon a Time มาก่อน ตอนนั้นโรสรับบทเป็นทิงเกอร์เบล ส่วนเดวิดเป็นด็อกเตอร์แฟรงเกนสไตน์

เบลน เดอเบียร์ส (รับบทโดย เดวิด แอนเดอร์ส)
อดีตพ่อค้ายาที่กลายมาเป็นผีดิบเพราะสารเคมีบางอย่างในเครื่องดื่มชูกำลังยี่ห้อ แมกซ์ เรเจอร์ เบลนและลิฟพบกันครั้งแรกในงานปาร์ตี้บนเรือ ไม่ทันไรเขาก็เข้าสู่โหมดซอมบี้คลั่งและทำเธอติดเชื้อไปด้วย เบลนเป็นตัวละครแนวลูกคุณหนูถูกสปอยล์ นิสัยเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายและฉลาดเป็นกรดโดยเฉพาะกับเรื่องเลว ๆ เขาตั้งตนเป็นนายหน้าขายสมองให้กับซอมบี้ผู้หิวโหยและสิ้นหวัง และแอบขยายฐานลูกค้าด้วยการแพร่เชื้อออกไปอย่างเนียน ๆ ความสัมพันธ์ระหว่างเบลนและลิฟเป็นไปแบบทั้งรักทั้งชัง แต่ในซีซันสองทั้งคู่อาจจำเป็นต้องร่วมมือกันเพื่อเอาตัวรอด เมื่อบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ว่าเริ่มดำเนินการกวาดล้าง “ผลข้างเคียงจากสินค้า” และเดินหน้าผลิตอาหารชนิดใหม่ที่เชื่อกันว่า จะเปลี่ยนโลกให้เป็นสังคมที่ “สมบูรณ์แบบ” กว่าเดิม
เปิดสมอง David Anders : “ไดแอน รุจเจโรเคยบอกว่า (หัวเราะ) คนชอบให้บทแบบนี้กับผมเพราะเขาไม่รู้จะรักหรือเกลียดผมดี สรุปคือ คนดูรักที่จะเกลียดผมนั่นแหละ” เดวิดฉีกยิ้มร้ายแบบเบลนเมื่อมีคนถามเขาว่าทำไมถึงเป็นตัวร้ายบ่อยนัก บทของเบลนเป็นหนึ่งในไพ่ที่ร็อบและไดแอนไม่ยอมเปิดง่าย ๆ เดวิดยอมรับว่าบทที่ยังไม่ชัดเจนนักในช่วงต้น ๆ ทำให้แสดงได้ยากมาก แต่รายละเอียดที่ทีมบรรจงปูมาตลอดซีซัน 1 กำลังจะต่อเป็นภาพใหญ่ที่น่าลุ้นในซีซันหน้า “หลายคนพยายามจิ้นโรสกับเบลนในทำนองเดียวกับบัฟฟี่/สไปก์ (คู่กัดจาก Buffy the Vampire Slayer (1997-2003)) ก็มีเคมีจริงนั่นแหละแต่จะเป็นอย่างนั้นมั้ยนะ?” เดวิดแอบหย่อนปริศนาแบบตัวละครเจ้าเล่ห์ ใครจะเหมาะกับบทเบลนมากไปกว่านี้ได้อีกล่ะ
เศษเล็กเศษน้อย
เทรนด์ซอมบี้อยู่ยั้งยืนยง: สองปีก่อน ซาราห์ รีล นักศึกษาสาขาคณิตศาสตร์มหาวิทยาลัยยูทาห์ สเทต ค้นคลังเก็บข้อมูลขนาดยักษ์ของกูเกิลดูเพื่อวิจัยการแพร่ระบาดของคำศัพท์ในวัฒนธรรมป๊อบว่า มีรูปแบบการกระจายตัวอย่างไรและอยู่ในกระแสได้นานแค่ไหน หนึ่งในตัวอย่างที่เธอเลือกมาศึกษาคือคำว่า “ซอมบี้” ซึ่งผลคำนวณคาดว่าจะหยัดยืนอย่างมั่นคงไปได้อีก 25 ปีขึ้นไป ซาราห์ยังทำนายด้วยว่าซอมบี้จะดังเทียบเท่าแวมไพร์ในที่สุด ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในปี 2038 และอยู่คู่โลกต่อไปเรื่อย ๆ จนถึงปี 2080 เป็นอย่างนั้น
ฮีโร่ผีแฟนตาซีฉบับดีซีคอมิก
ตอนที่ร็อบและไดแอนคิดเรื่องพล็อตซอมบี้กันอยู่ คอมิกเรื่อง iZombie (2010) ของ คริส ร็อบเบอร์สัน และไมเคิล อัลเรดแห่งค่ายดีซีชิงลงมือไปก่อนแล้วหกปีและกลายมาเป็นสปริงบอร์ดชั้นดีให้ช่อง CW ต่อยอดขึ้นไปเป็นซีรีส์ทางโทรทัศน์ที่ดังระเบิด “ร็อบโทรหาฉัน บอกว่า CW สนใจทำซีรีส์จากคอมิกเกี่ยวกับซอมบี้ ฉันตอบตกลงไปเลยทั้งที่ยังไม่ได้อ่านด้วยซ้ำ และพออ่านแล้วเราก็ตื่นเต้นกันมาก” ไดแอนกล่าว เธอกับร็อบตัดสินใจหยิบคาแรกเตอร์ของเกว็น นางเอกในคอมิกมาเป็นแบบให้กับโอลิเวีย มัวร์ ทั้งขีดความสามารถของซอมบี้ และพล็อตเกี่ยวกับผีดิบยอดนักสืบก็มาจากการ์ตูนเช่นกัน
ซีรีส์ยังได้ไมเคิล อัลเรดมาช่วยวาดการ์ตูนสั้น ๆ เปิดรายการให้ด้วย ถึงไอเดียตั้งต้นจะมาจากคอมิก แต่ iZombie ก็ไม่ได้เดินตามต้นฉบับเท่าไรนัก มนุษย์หมาเทอร์เรียกับผีสาวยุค 60s ซึ่งเป็นเพื่อนของเกว็นถูกตัดออกไป เช่นเดียวกับมัมมี่ผู้เป็นดาวร้ายของเรื่อง, ทีมนักล่าอมนุษย์และพล็อตเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตอมตะจากต่างดาว สรุปง่าย ๆ คือ คอมิกเน้นเรื่องเหนือธรรมชาติ แต่ร็อบและไดแอนต้องการซีรีส์ที่ใกล้ความจริงกว่านั้น
เศษเล็กเศษน้อย
เพลง “Stop, I'm Already Dead" ของ Deadboy and the Elephantme ที่ประกอบไตเติ้ล iZombie เป็นเพลงเดียวกับเพลงจากวิทยุในซีนแรก ๆ ของ Day of the Dead (2008)
ขุดสุสานซอมบี้
ซอมบี้ไม่ได้เป็นตัวละครแฟนตาซีฝันเฟื่อง แต่เป็นผีที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องบนความขัดแย้งในสังคมอเมริกัน ซอมบี้แต่ละเวอร์ชั่นสะท้อนความจริงอันโหดร้ายตั้งแต่สมัยล่าอาณานิคมเนื่องมาถึงยุคทุนนิยมเสรีในปัจจุบัน หากลองมองย้อนกลับไปในสุสานแห่งนี้ ประวัติศาสตร์อาจมีคำตอบให้ก็ได้ว่า ซอมบี้งุ่มง่ามเมื่อ 50 ปีที่แล้วกลายมาเป็นผีดิบเจ้าเสน่ห์พันธุ์ iZombie ในวันนี้ได้อย่างไร?
เศษเล็กเศษน้อย
ซอมบี้ตัวจริง: เฟลิเซีย เฟลิกส์ เมนเตอร์ หญิงชาวเฮติซึ่งชาวบ้านอ้างว่าตายไปแล้วตั้งแต่ปี 1907 ถูกพบว่ายังมีชีวิตอยู่หลังจากหายหน้าไปกว่า 20 ปี โซลา เฮิร์ตสันนักคติชนชาวอเมริกันในยุค 1930s ตามไขปริศนาของเฟลิเซียและบันทึกไว้ว่า วิธีที่หมอผีสร้างซอมบี้น่าจะเกี่ยวข้องกับสารกดประสาทบางอย่างที่ทำให้เหยื่อดูเหมือนตายและถูกนำไปฝัง หมอผีจะตามไปขุดสุสานแล้ววางยาเหยื่อซ้ำอีกครั้งให้งงงวยไม่ได้สติและตกเป็นทาส แต่ก็ยังไม่เคยมีหลักฐานใดที่ยืนยันทฤษฎีนี้ได้
Phase I
ซอมบี้ทาส ---เฮติ... ประเทศแถบอเมริกากลางแห่งนี้เริ่มประวัติศาสตร์หน้าแรกด้วยการเป็นอาณานิคมใหม่สำหรับให้คนขาวอพยพทาสเข้าไปใช้แรงงาน ---ขณะเดียวกันทาสอัฟริกันก็ทำให้เฮติกลายเป็นมาตุภูมิของตำนานผีดิบด้วย ตอนนั้นซอมบี้ยังไม่ใช่ศพกินคนแต่เป็นเหยื่อที่ถูกหมอผีวูดู (Bokor) ถอด “ดวงจิต” ออกไปขายเป็นเครื่องราง, เสริมอาคม หรือไม่ก็ลงโทษ ซอมบี้พวกนี้ไร้ความรู้สึกและจะทำตามนายสั่งโดยไม่มีข้อแม้ เป็นแรงงานที่ดีสำหรับไร่และโรงงาน
ชีวิตจริง ---สังคมยุคล่าอาณานิคมนั้นเต็มไปด้วย “ซอมบี้”: ซอมบี้นายทาสที่ข่มเหงมนุษย์ด้วยกันเหมือนเป็นคนไร้หัวใจ กับซอมบี้ทาสที่ต้องเชื่อฟังนายทุกอย่างเหมือนเป็นเพียงเนื้อหนังไร้ความคิด ความเป็นอยู่ที่ย่ำแย่บีบให้ทาสหลายคนฆ่าตัวตาย นายทาสบางรายจึงจ้างหมอผีไว้ดักทางเป็นทำนองว่า ถึงฆ่าตัวตายไปก็ถูกเปลี่ยนเป็นซอมบี้โดนจิกหัวใช้ตลอดไปอยู่ดี ต่อมาเมื่อสหรัฐเข้าควบคุมการเมืองเฮติ (1915-1934) งานเขียนแนวบันทึกชีวิตในแดนซอมบี้ก็เฟื่องฟู หนึ่งในนั้นก็คือเรื่อง The Magic Island (1929) ที่จุดประกายให้เกิดภาพยนตร์ซอมบี้เรื่องแรกอย่าง White Zombie (1932) รวมถึงหนังแนวซอมบี้คอมเมดีรุ่นเดอะอย่าง King of the Zombies (1941) ด้วย
เศษเล็กเศษน้อย
ซอมบี้เผด็จการ: โลกต้องจารึกว่าครั้งหนึ่งความกลัวซอมบี้เคยถูกใช้เป็นเครื่องมือของอำนาจเผด็จการ ไม่น่าแปลกใจที่เรื่องนี้เกิดที่เฮติ แดนซอมบี้ นายฟรองซัวร์ ดูวาลีเอร์ และลูกชาย ประธานาธิบดีเผด็จการคลั่งชาติทำให้ประชาชนเฮติขวัญเสียว่า รัฐได้จ้างหมอผีไว้เปลี่ยนผู้ต่อต้านให้กลายเป็นซอมบี้ที่ภักดีต่อท่านผู้นำ การปกครองที่เด็ดขาดผสมเล่ห์กลทางจิตวิทยาแบบนี้ทำให้สองพ่อลูกยึดอำนาจได้นานเกือบ 30 ปี
อมตะข้ามเวลา: White Zombie (1932) ---- นายทาสผู้ร่ำรวยจากการเปลี่ยนคนดำเป็นซอมบี้ทาสในไร่อ้อย ใด้รับการจ้างวานจากนายทาสอีกคนให้ใช้วูดูแย่งสาวที่เขาหลงรักมาจากสามี เป็นครั้งแรกที่หญิงผิวขาวกลายเป็นซอมบี้ ในตอนจบของเรื่องนายทาสผู้ชั่วร้ายถูกซอมบี้ผิวขาวที่ตนสร้างเองฆ่าตาย หนังออกมาประจวบเหมาะกับช่วงที่อำนาจมะกันในเฮติกำลังล่มสลายพอดี ทั้งยังเป็นเวลาที่ขบวนการต่อต้านการเหยียดผิวในอเมริกากำลังก่อตัวขึ้นด้วย
Phase II
ซอมบี้หัวรุนแรง ---ซอมบี้พันธุ์ระห่ำที่เรารู้จักเริ่มออกย่ำท้องถนนครั้งแรกในภาพยนตร์ของจอร์จ เอ. โรเมโร เรื่อง Night of the Living Dead (1968) ซึ่งปฏิวัติวงการซอมบี้ไปตลอดกาล ซอมบี้อุบัติใหม่พวกนี้มีที่มาทางวิทยาศาสตร์ เกิดจากความผิดพลาดของมนุษย์และสังคมที่อ่อนแอไม่ใช่จากไสยศาสตร์วูดูอีกต่อไป พวกมันกินคนอย่างตะกละตะกรามและมีความกระหายล้นเหลืออย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ชีวิตจริง ---หนังตระกูล Dead สามเรื่องแรกของโรเมโรออกมาในยุคปฏิวัติสังคม ประเทศอเมริกาคลาคล่ำไปด้วยขบวนประท้วงสงครามเวียดนามโดยนักศึกษา และการเคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิเท่าเทียมกันระหว่างเชื้อชาติและหญิงชาย
อมตะข้ามเวลา: Night of the Living Dead (1968)--- ผู้รอดชีวิตคละเพศ ผิว และวัยต้องมาอยู่ร่วมชายคาเดียวกันในวันซอมบี้บุกเหมือนคนอเมริกันยุค 60s ที่ต้องเผชิญกับความขัดแย้งและการประท้วงซ้ำแล้วซ้ำเล่า รายการทีวีในเรื่องแพร่ภาพสงครามระหว่างคนกับซอมบี้ตัดสลับกับการสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่รัฐที่อับจนหนทาง โรเมโรเฉลยในสารคดี Birth of the Living Dead (2013) ว่า เขาจงใจล้อสื่อยุคนั้นที่นำภาพสงครามเวียดนามมาชวนเชื่อทางทีวีอยู่ทุกวี่ทุกวัน และตั้งใจเสียดสีองค์กรรัฐต่าง ๆ ที่มัวแต่จุ้นเรื่องคนอื่นแต่กลับหยุดความวุ่นวายในประเทศตัวเองไม่ได้ ส่วนฉากจบที่พระเอกผิวสีถูกตำรวจยิงตายเพราะนึกว่าเป็นซอมบี้นั้น แม้โรเมโรจะเผยว่าไม่ได้ล็อกบทนี้ให้คนอัฟริกัน-อเมริกัน แต่เรื่องก็ดันล้อไปกับเหตุลอบสังหารมาร์ติน ลูเธอร์ คิง ที่เกิดขึ้นช่วงต้นปีของการถ่ายทำได้อย่างกลมกลืน
Dawn of the Dead (1978) ---- สิบปีต่อมา ห้างกลายเป็นแหล่งกบดานใหม่ระหว่างซอมบี้บุก หนังโรเมโรเรื่องนี้สานต่อตำนานบทแรกด้วยการวิจารณ์สังคมบริโภคนิยมในอเมริกาว่า ทำให้คนหลงระเริงอยู่กับสินค้าซะจนกว่าจะหันมาสนใจความวุ่นวายนอกกะลาได้ก็สายเสียแล้ว
Day of the Day (1985) --- การติดเชื้อขยายสเกลไปทั่วโลก พล็อตเรื่องถูกผูกขึ้นมาเพื่อเสียดสีตรรกะของนักวิทยาศาสตร์และขนบธรรมเนียมแบบทหารที่ทำให้ชีวิตทุกคนต้องตกอยู่ในอันตรายโดยไม่จำเป็น ไม่ต่างอะไรจากสภาพช่วงปลายสงครามเย็นซึ่งเป็นปีที่หนังออกฉายเลย
เศษเล็กเศษน้อย
ซอมบี้ยักษ์--- ถ้าความหมายของซอมบี้คือ 1.เป็นอมนุษย์หน้าตาคล้ายคน 2. กระหายเนื้อคนด้วยกันแบบไม่มีจุดสิ้นสุด และ 3. เป็นนักเดินที่ตายยาก มักมาเป็นกลุ่มและเป็นภัยต่อมนุษยชาติโดยรวม คำนิยามนี้ก็ดูจะครือ ๆ กันกับสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า ไททัน ไม่น้อย... ต่างก็เพียงแต่ไซส์ที่ห่างกันเกินตึกสิบชั้นเท่านั้นเอง
Phase III
ซอมบี้ลมกรด ซอมบี้ฉลาด ซอมบี้ตลก ซอมบี้โรแมนติก--- หลังเหตุการณ์ 9-11 กระแสซอมบี้กลับมาบูมและแตกไลน์ไปหลายแขนงแบบไม่เสียทีที่ได้ชื่อว่าเป็น “มาตรวัดความฉิบหายของโลก” ขณะที่ 28 Days Later (2002) เพิ่มอะดรีนาลีนให้ผู้ชมด้วยซอมบี้ติดสปีดที่บ้าเลือด โรเมโรกลับมาอีกครั้งพร้อมกับผีดิบที่ยังเฉื่อยชาแต่มีสมองระดับพัฒนาแล้ว เรื่อง Land of the Dead (2005) ของเขาส่อการเมืองเช่นเคยด้วยพล็อตแฝงนัยถึงสงครามก่อการร้ายที่กำลังคุกรุ่นอยู่ทั่วโลก ในเวลาไล่เลี่ยกัน Shaun of the Dead (2004) และ Fido (2006) ดึงบรรยากาศวันซอมบี้บุกให้ผ่อนคลายลงจนถึงขั้นกลายเป็นเรื่องฮา สี่ปีต่อมาซีรีส์ Walking Dead (2010-ปัจจุบัน) ได้ดึงเสน่ห์ทุกอย่างของซอมบี้เข้ามารวมเป็นปึกแผ่นในเรื่องเดียวและดันผีดิบเน่า ๆ ขึ้นแซงแวมไพร์ฟีเวอร์ได้สำเร็จ ซอมบี้เดินหน้าบุกโลกบันเทิงแบบเต็มสูบกระทั่งปี 2013 Warm Bodies พาเรามาถึงจุดที่ซอมบี้รวมสายพันธุ์กับคนได้ ก่อนจะพัฒนามาสู่ iZombie (2015-ปัจจุบัน) --- ซีรีส์ที่ผีดิบกลายเป็นสัญลักษณ์แทนความหวังถึงอนาคตที่ดีกว่า
ชีวิตจริงของซอมบี้ Gen-Y
“ผมชอบที่การตีความของเราค่อนไปทาง Warm Bodies มากกว่า Walking Dead” ร็อบให้ความเห็น “เราเพิ่มฉากบู๊ของซอมบี้เข้าไปเล็กน้อย แต่แก่นสำคัญก็คือซอมบี้ในเรื่องต้องเป็นที่ชื่นชอบและเข้าถึงได้... เราหวังว่างั้นนะ” แล้วก็เป็นไปดังหวัง ...
โลกปี 2015 อาจดูฟู่ฟ่าด้วยเทคโนโลยีและความบันเทิง แต่ปัญหาเก่า ๆ มากมายยังถูกซุกไว้ใต้พรมชณะที่ทุนนิยมแล่นทับไปด้านบน ซอมบี้ของร็อบและไดแอนก็เหมือนคนดูรุ่นนี้ที่ต้องต่อสู้กับอาชญากรรม ความเหลื่อมล้ำ วิกฤตความมั่นคงทางอาหาร รวมถึงเชื้อโลภและสันดานกระหายเลือดที่พร้อมระบาดทุกเมื่อ
สังคมติดเชื้อของ iZombie คือที่ที่ชีวิตคนจนเป็นเพียงขนมกินเล่นของซอมบี้คนรวย ความยุติธรรมแหลกเหลวในมือตำรวจซอมบี้ อาหารกลายเป็นยาพิษและนายทุนกำลังวางแผนสร้างสังคมบริโภคนิยมเต็มขั้นที่จะทำลายวิถีชีวิตแบบที่เรารู้จักลงโดยสิ้นเชิง เป็นอีกครั้งที่หนังซอมบี้ตั้งคำถามกับหนุ่มสาวในจอและนอกจอว่า คนรุ่นคุณจะกำจัดเชื้อซอมบี้จากอดีตและเปลี่ยนแปลงโลกให้ดีขึ้นได้หรือไม่ อย่างไร?
สังคมที่ลิฟอาศัยอยู่สะท้อนยุคสมัยของเราได้เป็นอย่างดีทั้งเรื่องในมุมมืดและเรื่องแอบเสิร์ดชวนหัว ความรู้สึกเดียวดายของเธอในโลกที่พร้อมสรรพด้วยเทคโนโลยีสื่อสารคงเป็นอะไรที่สะเทือนใจคนยุคโซเชียลเน็ตเวิร์กได้ไม่ยาก ขณะที่มุกซอมบี้ในเรื่องก็ล้อไปกับกระแสผีดิบได้อย่างแนบเนียน
ไดแอนผู้เป็นแฟนตัวยงของซอมคอมเรื่อง Shaun of the Dead เล่าถึง iZombie ที่มีความตลกเป็นเบ็ดเกี่ยวใจคนดูว่า “ฉันอยากทำเรื่องที่ตัวละครรู้จักซอมบี้อยู่แล้วในฐานะส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมป๊อบ เพราะแบบนั้นมันสนุกกว่า ถ้าคุณอยู่ในโลกที่มีหนังซอมบี้ แล้วตัวเองกลายเป็นผีดิบขึ้นมาจริง ๆ คุณจะต้องไม่เชื่อสายตาตัวเองแน่ ก็มันเรื่องแต่งนี่ เหลวไหลทั้งเพ ไม่เชื่อหรอก ซึ่งก็จะตลกมาก” เธอบอก “แล้วฉันก็ชอบมากเลยที่ทำรีเสิร์ชด้วยการดูหนังซอมบี้แบบรัว ๆ และคิดมุกตลกล้อเรื่องพวกนั้นไปด้วย แบบนี้ยิ่งสนุกเข้าไปใหญ่เลยล่ะ”
ความกลมกลืนและร่วมสมัยนี้เองคือจุดแข็งที่ทำให้ iZombie กวาดคะแนนความนิยมมาได้ใส ๆ (91% จาก rottentomatoes กับ 74% จาก Metacritics) แม้ต้องร่วมสังเวียนกับรุ่นใหญ่อย่าง Walking Dead ก็ตาม
เศษเล็กเศษน้อย
ซอมบี้คนเมือง: ถ้าซอมบี้บุกวันนี้ก็อย่าตกใจไป เพราะเขานัดรวมตัวกันทั่วโลกมาตั้งแต่ปี 2000 แล้ว ซอมบี้วอล์กเคยเป็นเพียงกิจกรรมเล็ก ๆ ในอีเว้นต์เกมแต่แพร่เชื้อเร็วมาก ไปมีเอี่ยวในอีเว้นต์หนังซอมบี้มาหลายเรื่องและเป็นเป้าชิงเวิร์ลเรคคอร์ดมาหลายรอบ มีการจัดงานซอมบี้วอล์กอยู่ทุกปีเพื่อความสนุกหรือเหตุผลอื่น ๆ ไทยเองก็เพิ่งปล่อยซอมบี้ออกมาวิ่งไล่นักมาราธอนในงาน Run For Your Lives Thailand ช่วงมีนาที่ผ่านมา จุดประสงค์คือเพื่อส่งเสริมให้คนออกกำลังกายอย่างตื่นเต้น ใครอยากลองเป็นเหยื่อเพื่อสุขภาพ เข้าไปดูรายละเอียดได้ที่เว็บนี้เลย http://www.runforyourlives.co/map/
เศษสุดท้าย
ซอมบี้ลิฟจะคืนจอแก้ว 6 ตุลานี้ ฉลองเทศกาลฮัลโลวีนและส่งท้ายปีพร้อมกับเพื่อนผีลืมหลุมอีกมากมายจาก Burying the Ex (ฉาย 17 กันยา) Cooties (ฉาย 29 กันยา) และ Scouts Guide to the Zombie Apocalypse (กำลังจะฉาย 29 ตุลา) ปีนี้ Deadlites (ญาติ ๆ ซอมบี้จากแฟรนไชส์ Evil Dead) ก็กลับมาด้วยในซอมคอมเรื่อง Ash vs. Evil Dead ที่รอปะทะ iZombie คืนส่งท้ายเดือนตุลา เช่นเดียวกับบิดาแห่งผีดิบในเรื่อง Victor Frankenstein ที่จะรีเทิร์นจอเงินพร้อมกับอิกอร์... คู่หูผู้ซื่อสัตย์ที่คุณก็รู้ว่าใคร วันที่ 25 พฤศจิกายนนี้ในอเมริกา แฟน ๆ แมคอะวอยและแรดคลิฟรอกรี๊ดให้ “ตาย” กันไปข้างได้เลย




Comments