top of page

โลกหว่าเว้ของยุ่นและเอมี

Musik
Feb 24, 2016
1 min read

Amy Winehouse

เราอาจได้ยินข่าวฉาวว่าเธอเป็นนักร้องเจ้าปัญหาขี้เมายา แต่หนังเรื่องนี้นำเสนออีกแง่มุมหนึ่งที่เราไม่เคยรู้(หรืออาจเพราะถูกบิดเบือนจากสื่อกระแสหลัก)

สารคดีเรื่องนี้มีวัตถุดิบชั้นยอดคือวีดีโอที่เป็นส่วนตัวมากๆตั้งแต่เธอยังเด็กจนก้าวเข้าสู่วงการและประสบความสำเร็จจนเป็นนักร้องที่มีชื่อเสียงระดับโลก

ฟุตเทจเหล่านั้นถูกคัดสรรค์และเรียงร้อยเผยให้เราได้เห็นสีหน้าและแววตาที่เป็นตัวตนของเธอจริงๆจนค่อยๆเปลี่ยนไปเมื่อต้องเผชิญกับความผิดหวังที่กระทบจิตใจอย่างรุนแรง ซึ่งต่อมาผลงานที่เกิดจากมันกลับนำมาซึ่งชื่อเสียงที่ซัดสาดดังน้ำเชี่ยวกราก(และมาพร้อมกับปาปารัซซี่จอมกระหายเลือด)น่าเศร้าที่เธอไม่รู้วิธีรับมือกับมัน

สิ่งที่เอมี่มักพูดอยู่เสมอคือ'เธอไม่เคยคิดอยากเป็นนักร้อง เธอแค่รักดนตรีแจ๊ซ' แต่พรสวรรค์ก็ผลักให้เด็กสาวที่แสนเปราะบางต้องเผชิญกับพายุอย่างโดดเดี่ยว

และแล้วเมื่อมองเข้าไปที่ดวงตาของเธอ กลับหลงเหลือเพียงความว่างเปล่า

การรับรู้การจากไปของ Amy Winehouse ในหนังจึงสร้างความเศร้าสะเทือนใจและความรู้สึกเสียดายอย่างไม่อาจกลั้นน้ำตาได้

ในวาระสุดท้ายของชีวิตซึ่งเป็นตอนที่เธอ(เหมือน)เพิ่งหลุดพ้นจากมรสุมที่โหมกระหน่ำ เธอโทรศัพท์ไปขอโทษคนที่รักและหวังดีกับเธออย่างจริงใจ หลังจากไขว่คว้า'สิ่งที่ขาด'ที่ไม่เคยเติมเต็มมาตลอดชีวิต คนๆนั้นบอกเธอว่ารอคอยให้เธอมาหา แต่สุดท้ายเอมี่ก็ไม่สามารถกลับไปหาได้อีกแล้ว

.....

ยุ่น เป็นฟรีแลนซ์ที่มีงานหลักคือการรีทัชภาพ เขามีฝีมือจนขึ้นชื่อในวงการ ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเพราะเขามีความรับผิดชอบเป็นอย่างมาก แม้ว่างานจะดูยากเย็นแค่ไหนก็'ไม่มีคำว่าเลท' แต่นั่นต้องแลกกับการอดหลับอดนอนเป็นเวลาหลายวันติดต่อกัน

และแล้ว 'ไอ้ร่างกาย'ก็ส่งสัญญาณเตือนภัยเป็นผื่นแดงๆที่คอ พอไปหาหมอที่รพ.เอกชนนึกว่าจะหาย ก็ดันผุดขึ้นมาอีก ไอครั้นจะกลับไปที่เดิมก็นึกเสียดายค่ารักษาที่แทบจะเท่ากับค่าแรงหนึ่งงาน ตัวเลือกที่เหลือคือรพ.รัฐบาล แต่พอเข้าไปครั้งแรกก็แทบทรุดเมื่อต้องเจอกับแถวยาวเหยียด 'นี่กูยังเช้าไม่พอใช่มั้ย' เกือบจะเลิกล้มแต่เมื่อได้เจอกับหมอที่ทำให้เขินจนเหงื่อไหล ก็ดั่งมีไฟให้อยากดูแลตัวเองเพื่อไม่ทำให้หมอผิดหวัง

ความรู้สึกดีๆเริ่มก่อตัวขึ้นจากการแชร์บางสิ่งร่วมกัน

สิ่งนั้นคือ'ความห่วงใย'

และช่องว่างที่เกิดจากการรอคอยทำให้เกิดความ'ห่วงหา'และพัฒนาไปในรูปแบบที่เขาก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร

เมื่อหายดีเขาไม่เข้าใจว่าทำไมรู้สึกเหมือนอกหักอันเนื่องมาจากไม่มีโอกาสไปพบหมออีกต่อไป สิ่งที่เขาหวังมาช่วยเติมเต็มความเว้าแหว่งนี้คือการโหมงานหนัก

เพราะเขาเสพติดความสุขที่ได้จากการท้าทายตัวเอง

ตลกร้ายคือแม้แต่ตอนที่ชีวิตคาบเกี่ยวอยู่บนเส้นด้ายเขาก็นึกถึงเรื่องงานเป็นอย่างแรก ก่อนที่จะค่อยๆรู้สึกว่าตนเองได้พลาดอะไรบางอย่างไป

......

ยุ่นและเอมี่ต่างหลงอยู่ในโลกของตัวเอง ทว่าบททดสอบที่โหมกระหน่ำกลับให้บทเรียนหนึ่งซึ่งไม่ใช่เรื่องทางออกสู่ความสำเร็จ

แต่เป็นการรับรู้ว่าโลกนี้ไม่ได้มีแค่ตัวเขาเพียงคนเดียว

แม้ว่าโลกของเอมี่จะจบลงอย่างน่าเศร้า(และเราก็ไม่รู้ว่าจริงๆเอมี่คิดอย่างไรในวาระสุดท้าย)

แต่สำหรับโลกของยุ่นเขาได้รับโอกาสให้กลับไปแก้ไขสิ่งที่ได้ละเลยไป

มันทำให้เรากลับมาฉุกคิดว่าแล้วโลกของเราล่ะอยากให้เป็นอย่างไร?

................

Comments


© 2023 by The Book Lover. Proudly created with Wix.com

  • Facebook B&W
  • Twitter B&W
  • Google+ B&W
bottom of page